เร็วๆนี้ ผมกับคุณสุเมธจะมีการ์ตูนเรื่องใหม่นะครับ ลงใน BE Magazine เป็นเรื่องเกี่ยวกับคู่หูกวนบาทาที่จะมาสร้างความหงุดหงิดปนขำขันให้คุณผู้อ่าน ติดตามความกวนโอ๊ยแกมประชดสังคมของเชษฐ์กับอดุลย์กันได้ทุกแผงนะครับ ประเดิมฉบับแรกเดือนมีนานี้แหละ
 
 
 

กวน มัน ฮา

posted on 27 Nov 2010 13:48 by ant-write

 

ช่วงนี้มัวแต่ เล่นหุ้น ลุ้นทอง จองคอนโด เลยไม่ได้อัพอะไรเพิ่มเลยครับ อิอิ
เดี๋ยว 5 ธ.ค.นี้จะมีหนังสือการ์ตูนแนวขำบ้างแป้กบ้างวางใน 7-11 นะครับ
ชื่อว่า "กวน มัน ฮา" ของผมมีแจม 2 คอลัมน์คือ การ์ตูนหลวงพี่แตงโม กับ คอลัมน์แอนท์
อุดหนุนกันด้วยเน้อกัลยาณมิตรทั้งหลายแหล่

การตลาด : การจีบสาว

ตัวเราเองคือสินค้า

 

     ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานาน ไม่น่าเชื่อเลยนะครับไอ้อ้วนที่เคยกอดคอเตะบอลมาด้วยกัน เดี๋ยวนี้มันกลายเป็นนักการตลาดมือฉมังเข้าขั้น เดอะกูรู ไปเสียแล้ว ส่วนผมยังเป็นแค่นักเขียนไส้แห้งอยู่เลย 

      ที่ผมซูฮกมันไม่ใช่เรื่องตำแหน่งหน้าที่การงานของมันหรอกครับ แต่เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้วิชาชีพให้เข้ากับชีวิตจริงต่างหาก โดยเฉพาะกลยุทธการจีบสาวของมันน่าสนใจมากๆ มันเอาการตลาดมาใช้จีบสาวครับ

 

"การจีบสาวก็เหมือนกับการตลาดนั่นแหละ

ต่างกันที่การจีบสาว เรามีตัวเราเองเป็นสินค้า" 

 

     มันจุดประเด็นด้วยประโยคนี้หลังจากซดเบียร์เข้าไป 3-4 แก้ว เมื่อตาเริ่มปรือมันก็เริ่มจ้อไปเรื่อยๆ

  

"ส่วนมากที่แห้วๆกัน เพราะมัวแต่ไปเน้นที่การขาย 

ความจริงมันต้องเริ่มจากการตลาดซะก่อน"

 

     เอ๊ะยังไง? ผมชักงงครับ เน้นแต่การขาย? ไม่เริ่มจากการตลาด? มันพูดแบบนี้แสดงว่า การขายกับการตลาดนั้นต่างกัน? 

  

"เฮ้ยยย... ต่างกันอยู่แล้ว

การขายคือการที่เราไปอ้อนวอนขอให้เธอรัก

ตามเอาใจตามรับตามส่ง

แต่การตลาดคือ การที่เรากลับไปหาข้อมูลว่าเธอชอบอะไร

แล้ววิเคราะห์ว่าเธอน่าจะสนใจเราตรงไหน  

และที่สำคัญที่สุด..." 

  

     มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผม เรอกลิ่นแอลกอฮอลใส่หน้าผมทีหนึ่ง แล้วกระซิบกระซาบด้วยเสียงน้ำเน้นๆ

  

"...การตลาดมันต้องมีกลยุทธ !!" 

 

     โห... อย่างงี้นี่เอง มีการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์แล้วก็การวางกลยุทธ ลึกซึ้งจริงๆเลยสมแล้วที่เป็นเดอะกูรูทางด้านการตลาด 

     ด้วยความที่รู้จักกันมานานมันเลยแนะนำกลยุทธใหม่ล่าสุดให้ผมลองเอาไปใช้ดูบ้าง ผมไม่รอช้าครับรีบเปิดสมองเรคคอร์ดเอาไว้ทันที

 

"มึงรู้มั้ย ราคาสินค้ากำหนดขึ้นมาจากอะไร??"

 

     มันเว้นว่างเอาไว้ ผมเลยลองใส่คำตอบดูครับ แต่ใส่เท่าไหร่ก็ไม่ถูกสักที ชักรำคาญครับเลยบอกให้มันรีบๆเฉลยมาเถอะ

 

"ไม่ใช่คุณภาพสินค้า ไม่ใช่ต้นทุน

มึงยังคิดแบบเซลแมนกับเจ้าของโรงงานอยู่"

 

     มันไม่ปล่อยให้ผมงงนานครับ มันแค่เว้นช่องให้ผมสงสัยนิดหน่อยเพื่อกระตุ้นความอยากรู้ของผม แล้วมันก็ว่าของมันต่อ

 

ความต้องการของผู้บริโภคต่างหาก

ที่เป็นตัวกำหนดราคาสินค้า

ยิ่งมีคนต้องการมาก สินค้ายิ่งมีราคาสูง"

 

     อืมม... ก็ถูกของมันนะ แล้วมันเกี่ยวยังไงกับเรื่องจีบสาวหว่า? ผมก็ยังงงไม่หาย

 

"มึงต้องทำตัวให้เหมือนว่ามีสาวมาสนใจมึงเยอะๆ

เช่น ออกไปเดทกันก็ต้องทำเป็นรับโทรศัพท์บ่อยๆ

เหมือนมีสาวคนนั้นคนนี้โทรมาหาอยู่เรื่อย

เป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า

ต้องทำให้มันดูฮิต มึงจำโรตีบอยได้มั้ย ถ้าเดี๋ยวนี้ก็ต้องโดนัทคริสปี้อะไรนั่นน่ะ

ยังไงยังงั้นเลย แถวยิ่งยาวคนยิ่งอยากจะซื้อ" 

 

     โอ้แม่เจ้าโวย! มันวกเข้ามาโรตีบอยกับคริสปี้ได้ผมล่ะทึ่ง แล้วผมก็อดไม่ได้ที่จะยิงคำถามเพิ่มแต่คราวนี้ผมเริ่มรู้เรื่องการตลาดบ้างแล้ว ผมสนใจว่าผลของกลยุทธนี้มันเป็นยังไง? ผมถามถึงยอดขายครับ

 

"อืมมม... กลยุทธนี้กูเพิ่งลองเอามาใช้

กับสาวคนล่าสุดนี่เองว่ะ ยังต้องรอดูผลอีกสักระยะ"  

 

     แต่ผมก็ยังซักไซร้มันถึงแนวโน้มครับ ผมอยากรู้จริงๆครับ ถ้าเผื่อว่ากลยุทธนี้ใช้ได้ผลผมจะได้ลองเอาไปใช้มั่ง แต่พอผมซักมันมากเข้า ไอ้อ้วนเดอะกูรูก็ชักจะหน้าเจื่อนลง

 

"แนวโน้มเหรอ หึ... หึ... หึ..."

 

     มันหัวเราะครับ แต่ขอบตามันดูแดงๆยังไงไม่รู้สิ เอ๊ะ! หรือว่าผมตาฝาดไป ผมว่าผมเห็นน้ำตามันคลอๆด้วยนะ เป็นไปได้หรือที่เดอะกูรูจะเสียน้ำตา? เฮ้ย! มันไม่น่าจะเป็นไปได้นา

 

คืนนั้น ผมต้องหิ้วปีกมันขึ้นรถ แล้วพาไปส่งบ้านครับ ผมเกือบแย่แน่ะคุณ ลองคิดดูสิครับผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งต้องพยายามลากหมูตัวใหญ่ขนาดพ่อพันธุ์ขึ้นรถเก๋ง ไม่อยากจะบอกเลยครับว่าไอ้อ้วนเพื่อนผมหมดสภาพความเป็นเดอะกูรูไปเลย เมาเละเทะ ตลอดทางมันเฝ้าแต่คร่ำครวญ

 

ฮือ... ฮือ... น้องโบนะ น้องโบ

 

 

ปลอบใจ

ไดอาล็อกที่ซ่อนเร้น 

 

  

     เคยเห็นกันบ่อยๆใช่ไหมครับ สาวคนหนึ่งเป็นแฟนกับหนุ่มคนหนึ่ง แต่สาวคนนั้นเธอก็มีหนุ่มอีกคนที่หลงรักเธอเป็นเพื่อนสนิทคอยให้เธอปรับทุกข์ คุณเคยอยากรู้ความในใจของไอ้หนุ่มแอบรักคนนั้นบ้างไหม? ผมนี่อยากรู้จริงๆเลยนะ ไอ้หนุ่มนั่นก็รักเธอเหมือนกันแต่ต้องคอยรับฟังปัญหาเพื่อให้เธอสบายใจ เธอจะได้กลับไปคบกับแฟนตัวจริงได้ดังเดิม มันเป็นความรู้สึกเจ็บๆปวดๆปนเซ็งๆนะผมว่า      

    เรามาลองดูกันหน่อยดีกว่าครับว่าความในใจของไอ้หนุ่มแอบรักมันน่าจะเป็นยังไง ผมขอสมมติบรรยากาศเป็นค่ำคืนอันเงียบเหงาดาวเต็มฟ้าละกัน โรแมนติกดี  

 

เพื่อนสาว

ตอนนี้ทั้งโลกคงมีแค่ฉันกับเธอล่ะมั้งที่ยังไม่หลับไม่นอน  

 

เพื่อนหนุ่ม

(อีกซีกโลกตอนนี้เป็นกลางวันโว้ยสงสัยตก ส.ป.ช. แหงยัยนี่) 

ก็มีแต่คนเหงาๆอย่างเราสองคนนี่แหละ

ที่ต้องออกมานั่งตากน้ำค้างให้สายลมกับแสงดาวอยู่เป็นเพื่อน 

 

เพื่อนสาว

เฮ่อ... ป่านนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ เขาจะคิดถึงฉันบ้างรึป่าวก็ไม่รู้  

 

เพื่อนหนุ่ม

(เขาจะมามัวคิดถึงเธออีกทำไมเล่า นี่มันตี 3 แล้วนะแม่คุณ

พวกยามมันยังแอบหลับเล้ยยยย!) 

เขาคงกำลังทบทวนเหตุการณ์วันนี้อยู่แหละ เชื่อฉันสิ  

 

เพื่อนสาว

นั่นสินะ เขาคงไม่ได้ตั้งใจพูดอย่างนั้นออกมาหรอก คงแค่พลั้งปากไปเนอะ  

 

เพื่อนหนุ่ม

(พลั้งปาก!? เมื่อกี๊เธอเล่าเองนี่

ว่าไอ้หมอนั่นมันตัดสินใจจะบอกเลิกเธอมาตั้งเดือนกว่าแล้ว

เธอเป็นอัลไซเมอร์รึป่าวเนี่ย) 

บางทีคนเราก็พูดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกออกมานะ

อย่าคิดมากไปเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้อะไรๆคงดีขึ้น

  

เพื่อนสาว

นี่ถ้าไม่มีเธอ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงบ้างเนี่ย 

 

เพื่อนหนุ่ม

(แน่ะ! ยัยนี่ ยังมาทำเป็นหยอดอีก) 

ตราบใดที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีทางที่เธอจะไม่มีฉันหรอก  

 

เพื่อนสาว

ขอบใจนะ คุยกับเธอแล้วสบายใจดีจัง

 ธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเลยรู้มั้ย  

 

เพื่อนหนุ่ม

(เพื่อนๆๆๆๆๆ กี่ปีแล้ววะเนี่ย

เมื่อไหร่ฉันจะได้เลื่อนขั้นเป็นแฟนเธอซะทีล่ะ เซ็งโคตร) 

เธอก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉันเหมือนกัน      

 

     ฮ่าๆๆ น่าสงสารนะครับ ผมล่ะไม่อยากตกอยู่ในสภาพแบบนี้เลยจริงๆ ถ้าคุณกำลังตกอยู่ในสภาพนี้ล่ะก็ ผมขอแนะนำนะครับว่าให้รีบถอนตัวออกมาเถอะ ทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของคนเราคือเวลาครับ เสียไปแล้วเสียไปเลยนะ สายน้ำไม่ไหลย้อนกลับทวงคืนกลับมาไม่ได้นา คิดดูดีๆผมเอาใจช่วย ขอให้โชคดีครับ     

 

5 เรื่องกินที่ทำเอาผมอึ้ง!

 

1. น้ำจิ้มแหนมเนือง แหนมเนืองนี่อร่อยหรือไม่อร่อยมันอยู่ที่น้ำจิ้มนะครับว่าไหม และผมก็เพิ่งรู้ครับว่าน้ำจิ้มแหนมเนืองร้านที่อร่อยๆขายดีๆ เขาใส่มันฝรั่งบดลงไปด้วย แต่นั่นผมยังไม่แปลกใจเท่าไหร่ มันฝรั่งมันก็น่าจะช่วยให้น้ำจิ้มมีความข้นขึ้นอันนี้พอเข้าใจ แต่ที่ผมอึ้งไปเลยก็คือ เขาใส่ตับหมูย่างลงไปด้วย เออ... จินตนาการไม่ออกจริงๆครับถ้าไม่บังเอิญว่าวันนั้นคุณป้าเจ้าของร้านแกเป็นคนบอกเอง แกว่าสูตรเวียดนามแท้ๆต้องใส่นะ ลองดูสิครับคราวหน้าถ้าไปกินแหนมเนือง ลองแกล้งทำเป็นขอน้ำจิ้มถ้วยโตๆ ถ้าเจ้าของร้านแกทำอิดๆออดๆแล้วยกมาให้ถ้วยเล็กๆแบบกลัวเปลือง สงสัยไว้ก่อนเลยว่าทำยาก ใส่ตับหมูย่างแหงๆ คนไม่กินเครื่องในแต่ชอบกินแหนมเนืองอย่าเคืองผมล่ะที่ผมแพร่งพรายความลับสวรรค์ออกมา อิอิ 

 

2. เนื้อฉลาม ว่ากันว่าเนื้อฉลามคาวมากเพราะมันเป็นสัตว์กินเนื้อ เนื้อฉลามไม่เหมาะจะเอามาทำอาหารเลยจริงๆ หูฉลามที่เรากินกันเขาก็จับมันขึ้นมาแล้วเฉือนเอาเฉพาะครีบแล้วโยนตัวมันลงทะเลไปแบบไม่แยแสเนื้อมันแม้แต่น้อย (โหดนะครับวิธีนี้แต่มันเป็นยังงั้นจริงๆ) แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมเพิ่งไปเจอเนื้อฉลามผัดเผ็ดมาครับ เจอที่ร้านข้าวต้มบนถนนแปลงนามฝั่งถนนเจริญกรุง เขาใส่เครื่องลงไปเยอะมากนัยว่าจะได้ช่วยดับกลิ่นคาวล่ะมั้ง พริก ขิง ซอส ซีอิ๊วต่างๆนานา ผมกินดูแล้วก็โอเคนะครับ ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้หรอกว่ากำลังกินเนื้อฉลามอยู่ ว่างๆลองไปชิมกันดูสิครับ หูฉลามหม้อหนึ่งเป็นพัน เนื้อฉลามผัดจานหนึ่งไม่กี่สิบบาทเอง ผิดกันลิบลับเชียวล่ะ  

 

3. ไส้ตัน คงมีคนไม่น้อยนะครับที่ชอบเมนูไส้ตัน ไส้ตันทอดกระเทียมพริกไทย ยำไส้ตัน หรือไม่ก็ไส้ตันย่างจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด แต่น้อยคนแน่ๆเลยครับที่จะรู้ว่าไส้ตันคือส่วนไหนของหมู คนที่รู้แล้วอย่าเพิ่งเฉลยนะครับผมอยากให้คนที่ไม่รู้ลองทายกันดู อ๊ะ... อ๊ะ... ไม่ใช่เลยครับ ไม่ใช่ส่วนไหนของลำไส้เล็กหรือลำไส้ใหญ่หมูเลยแม้แต่น้อย แอ่น แอน แอ๊น มันคือมดลูกต่างหากล่ะครับ เยี่ยมไปเลยใช่ไหม ฮ่าๆๆ กรุบๆกรอบๆนั่นแหละครับ มันเป็นส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์นั่นเอง ไชโย! มนุษย์เรากินแหลกครับ คนที่เพิ่งรู้ความจริงวันนี้เป็นไงบ้างครับ ชักจะหิวขึ้นมาแล้วล่ะสิ 

 

4. โกยซีหมี่ ผมมีเพื่อนเปิดร้านอาหารอยู่ที่เมลเบิร์นครับ มันเล่าให้ผมฟังว่ามันขำมากที่เห็นฝรั่งสั่ง ต้มยำกุ้ง ชิกเก้น ฝรั่งคงเข้าใจว่า ต้มยำกุ้ง คือซุปเผ็ดๆแบบไทย แต่พอดีอยากกินซุปเผ็ดของไทยที่เป็นไก่ก็เลยสั่งต้มยำกุ้งชิกเก้นซะงั้น ก็ยังดีนะครับที่เพื่อนผมมันเข้าใจเลยสั่งพ่อครัวทำต้มยำไก่ออกมาเสิร์ฟจนได้ พอมันเล่าจบผมก็บอกมันว่า อย่าไปขำไอ้ฝรั่งคนนั้นเลย เพราะข้าก็เคยเห็นเอ็งสั่ง โกยซีหมี่กุ้ง ที่ร้านหน้าปากซอยมหาวิทยาลัยมาแล้ว ทั้งๆที่คำว่าโกยมันแปลว่าไก่ ไอ้เพื่อนผมมันก็เพิ่งถึงบางอ้อวันนี้นี่แหละว่ามันสั่งผิดมาทั้งชีวิต ฮ่าๆๆ ฝรั่งอยากกินไก่ ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันอยากกินกุ้ง ต่างคนต่างไม่รู้ ก็ขำๆกันไปครับ น่ารักดี  

 

5. ปลาปักเป้า คงเคยได้ยินเรื่องราวความร้ายกาจของพิษปลาปักเป้ากันมาบ้างใช่ไหมครับ แต่ที่ทำเอาผมอึ้งไปเลยก็คือ พิษมันร้ายแรงกว่าไซยาไนด์ถึง 1200 เท่าเลยทีเดียวเชียว โอ้มายก้อด! มิน่าที่ประเทศญี่ปุ่นร้านที่ขายปักเป้าจะต้องมีทีมแพทย์สแตนด์บายอยู่หลังร้าน เชฟที่ปรุงปักเป้าจะต้องชิมก่อนเสิร์ฟทุกครั้งด้วยนะครับ ถ้าจะตายก็ต้องตายก่อนลูกค้านั่นเอง เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยด้วยชีวิตจริงๆ ที่เมืองไทยก็เคยมีข่าวครับว่ามีการปลอมแปลงเนื้อปักเป้ามาในรูปของเนื้อไก่ เพราะหน้าตามันคล้ายกันมากเวลาที่แล่ออกมาแล้ว เลยทำให้ปลาปักเป้ามีนิกเนมว่า ปลาเนื้อไก่ครับ เคยลงหนังสือพิพม์อยู่พักหนึ่งเหมือนกันนะครับว่าพบตามร้านหมูกะทะราคาถูกๆแถวต่างจังหวัด โอ้มายก้อด!(อีกครั้ง) พิษแรงกว่าไซยาไนด์นะจ๊ะ เห็นใจกันบ้างครับคุณมิจฉาชีพพพพพพ!